news —.—"

posted on 16 Dec 2009 20:36 by unseenclub

เรื่องที่ 1.

เกมแฟชั่นออนไลน์ VanillaCat  เปิดตัวแคมเปญการตลาดสุดเก๋  มุ่งสร้างเทรนด์ใหม่เกมออนไลน์สำหรับผู้หญิงเกมแรกของเมืองไทย

 

เกมแฟชั่นออนไลน์ “VanillaCat” ในฤกษ์ขนความสนุกของการแต่งตัวไปเชิญชวนประชาชนตามแหล่งแฟชั่นต่างๆ ให้ได้รู้จัก VanillaCat อย่างเต็มรูปแบบ ตะลุยจัดกิจกรรม ในแหล่งชอปปิ้งสุดฮิต  ถนนสีสม สยามสแควร์ ตะวันนา และ จตุจักร   มุ่งสร้างเทรนด์ใหม่เกมออนไลน์สำหรับผู้หญิงเกมแรกของเมืองไทย   เจาะกลุ่มสาวๆ  16 — 25  ปี ที่ชื่นชอบการแต่งตัวและแฟชั่นอินเทรนด์

         คุณอินทรา ทรงเกียรติกุล  ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายโครงการและการตลาด บ.เพลย์พาร์คดอมคอม กล่าวว่า “เกม VanillaCat” เป็นเกมแฟชั่นออนไลน์ น้องใหม่ที่เปิดให้บริการในเครือ playpark.com ด้วยรูปแบบเนื้อหาเกม ได้ออกแบบมาให้ตอบโจทย์กับผู้เล่น ที่มีความสนใจในเรื่องแฟชั่น รักการแต่งตัว และสนุกกับการอัพเดทเทรนด์ตลอดเวลา โดยประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศเกาหลี  ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสไตล์แฟชั่นและการแต่งตัวอยู่แล้ว  จึงรับประกันความสวยงามและทันสมัยของแฟชั่นในเกมได้เป็นอย่างดี

         ที่ผ่านมาเราได้ประชาสัมพันธ์ผ่านมีเดีย  in-house เป็นหลัก  นั่นคือ www.playpark.com และเว็บไซต์ของ 3 เกมในเครือ คือ Audition , Freestyle , Richman ,   เนื่องจากสามารถใช้ ID เดิม เข้าเล่นเกม VanillaCat ได้เลยโดยไม่ต้องสมัครใหม่  ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากกลุ่มเกมเมอร์เป็นอย่างดี  แต่เมื่อมองถึงศักยภาพของเกม VanillaCat และความแตกต่างจากเกมอื่นๆ ในตลาดเมืองไทย   จึงตัดสินใจที่จะขยายฐานผู้เล่นให้กว้างกว่าเดิม โดยเฉพาะการกำหนด Brand Position ของเกมให้เป็น“เกมออนไลน์สำหรับผู้หญิงเกมแรกของเมืองไทย”

         การจัดแคมเปญเพื่อเปิดตัว VanillaCat ในกลุ่มตลาด mass  ภายใต้ชื่อ “ Dress Me Up Please”  ในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำภาพของเกมออนไลน์สำหรับผู้หญิงเกมแรกของเมืองไทย ทั้งยังหวังผลในการสร้าง Brand Awareness  ไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วไป ที่ไม่ใช่เกมเมอร์ แต่ชื่นชอบในแฟชั่นและการแต่งตัว เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมาย วัย 16 — 25 ปี  ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีเกมออนไลน์แนวนี้เข้าถึงมาก่อน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันให้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักสำหรับ VanillaCat ได้เป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นของเกมที่เล่นผ่านเว็บไซต์ได้ทันที ไม่ต้องใช้แผ่นหรือโปรแกรมในการติดตั้งลงเครื่องคอมพิวเตอร์  ภายในเกมประกอบไปด้วย มินิเกม (เกมแฟลต) อีกว่า 20 เกม เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเล่นเกมเพื่อความเพลิดเพลินและต้องการความสะดวก รวดเร็ว ในการเข้าเล่นเกม  สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบการเขียนไดอารี่  VanillaCat มีฟังค์ชั่นไดอารี่  แชท  อัพโหลดภาพ และ วีดิโอ ในโปรไฟล์ส่วนตัวได้อีกด้วย ที่สำคัญสามารถเป็นชุมชนแฟชั่นออนไลน์ (fashion Online Social Network)  ที่ให้แฟชั่นนิสต้าผู้รักแฟชั่นได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นและสนุกกับการสร้างสรรค์แฟชั่นตามจินตนาการอีกด้วย

         นอกจากนี้ยังเป็นเสมือนโลกแฟชั่นออนไลน์ที่จะให้สัมผัสกับการทำงานของอาชีพต่างๆ ในวงการแฟชั่นได้เสมือนจริง คือ อาชีพ ดีไซเนอร์ , นางแบบนายแบบ และ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าสุดหรู ให้ได้ทั้งสนุกและได้ความรู้ไปในเวลาเดียวกัน

         เกม VanillaCat ซึ่งเป็นเกมที่ 4 ที่เปิดให้บริการภายใต้เว็บไซต์ playpark.com หลังจากประสบความสำเร็จสูงสุด ในการเปิดเกมออดิชั่น , ฟรีสไตล์ , และเกมเศรษฐีออนไลน์  ภายใต้คอนเซ็ปต์ ดนตรี ,กีฬา , สาระ , โดยการเปิดเกมVanillaCat จะมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้คนรุ่นใหม่ ในโหมดของ แฟชั่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสังคมและวัยรุ่นในปัจจุบัน

         สาวๆ แฟชั่นนิสต้าเมืองไทย สามารถเข้าไปสัมผัสความสนุกสนานในโลกแฟชั่นออนไลน์แบบเริ่ดสุดฤทธิ์ จี๊ดสุดใจ  กันได้แล้ววันนี้ ที่ www.VanillaCat.in.th  



         ข้อมูลจำเพาะ

         VanillaCat  :  จุดเด่นคือการเล่นผ่านหน้าเว็บไซด์ ง่ายแก่การเข้าถึง และฟังก์ชั่นเด่นของเกม MMORPG ที่มีการเลือกอาชีพและการเก็บเลเวลหรือค่าประสบการณ์ของการฝึกอาชีพ ซึ่ง Vanilla Cat โดยเนื้อหาของเกม Vanilla Cat สอดแทรกความรู้ปนความฝันบนโลกแฟชั่นของกลุ่มวัยรุ่น ผู้เล่นสามารถเลือกอาชีพได้ 3  อาชีพ คือ  Fashion Designer นักออกแบบเสื้อผ้า, Fashion Model นางแบบนายแบบ และ Merchandiser เจ้าของกิจการร้านเสื้อผ้า โดยในแต่ละอาชีพมีการจำลองเนื้อหามาจากชีวิตจริง เช่น   เลือกอาชีพนักออกแบบเสื้อผ้า ก็ต้องฝึกการตัดชุด เย็บเสื้อ ถ้าเลือกอาชีพเจ้าของกิจการร้านเสื้อผ้าก็ต้องฝึกเรียรรู้การเลือกชุดให้ตรงใจตามบุคลิกคนซื้อ และอาชีพนางแบบนายแบบก็หัดเดินแบบหัดโพสท่า เป็นต้น โดยในแต่ละอาชีพก็จะมีลำดับขั้นในการเพิ่มระดับเหมือนกับการเปลี่ยนอาชีพด้วย ทำให้การเล่นเกม Vanilla Cat ผู้เล่นจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยได้สัมผัสและยังแทรกความสนุกเบาสมองด้วย Mini Game มากมายด้วย

 

เรื่องที่ 2.

 

ASUS ขอแนะนำโน้ตบุ๊ก รุ่น UL80VT ที่ใช้ชิพเซ็ตใหม่ล่าสุดจาก Intel แบบ CULV ที่ช่วยให้คุณประหยัดพลังงานได้มากกว่า เครื่องบางกว่า แต่ยังคงประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยม และเมื่อประสานกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากอัสซุส Turbo33 ที่ช่วยให้การทำงานของเครื่องรวดเร็วขึ้นอีกถึง 33% ให้คุณใช้งานทุกโปรแกรมอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสุงสุดกว่า 12 ชั่วโมง ผสานกับการออกแบบที่บางเฉียบเพียงไม่ถึง 1 นิ้ว และน้ำหนักเบาไม่ถึง 2 กิโลกรัม พร้อมความโดดเด่นไม่ซ้ำใครกับรูปลักษณ์ที่สะท้อนนิยามของความแข็งแกร่งบนความทันสมัย ด้วยพื้นผิวแบบ Metallic Hairline สี บลอนเงินของตัวเครื่อง

โน้ตบุ๊ก ASUS UL Series รุ่น UL80VT หน้าจอขนาด 14 นิ้ว HDD 500 GB ในราคา 33,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

 

เรื่องที่ 3.

กรุงเทพฯ--11 ก.ย.--ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์

แคนนอน แนะนำกล้องวิดีโอแคนนอน เลอเกรีย รุ่น HF S10 โฉบเฉี่ยว กะทัดรัด น้ำหนักเบา มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดดเด่นระบบบันทึกภาพแบบดับเบิ้ลแฟลช เมมโมรี่ และหน่วยความจำในตัวกล้องขนาด 32GB และรองรับเพิ่มได้อีกสูงสุด 32GB ให้ภาพสีสวยคมชัดและสมจริงในทุกสภาวะแสงด้วยเลนส์วิดีโอ HD และประมวลผลภาพด้วย DIGIC DVIII ลิขสิทธิ์เฉพาะจากแคนนอน เซ็นเซอร์รับภาพ CMOS แบบ Full HD ใช้งานง่ายและสะดวกด้วยฟังก์ชั่น Dual Shot สามารถบันทึกภาพนิ่งที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และบันทึกภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่งในขณะเดียวกันที่ความละเอียด 6 ล้านพิกเซล พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ Pre-Record สามารถบันทึกภาพได้ 3 วินาทีก่อนกดปุ่มเปิดภาพ ฟังก์ชั่น Video Snapshot ให้คุณสนุกง่ายๆ โดยถ่ายภาพวิดีโอเป็นคลิปสั้นๆ พร้อมเสียงเพลงบรรเลงที่มีให้เลือกในตัวกล้องถึง 10 เพลง และฟังก์ชั่น Face Detection ที่สามารถค้นหาใบหน้าได้สูงสุดถึง 35 ใบหน้า จับโฟกัสได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบ Instant AF และระบบป้องกันการสั่นไหวแบบ Super Range Optical Image Stabilization

สนใจหาซื้อกล้องวิดีโอแคนนอนเลอเกรีย HF S10 ได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แคนนอนทุกแห่ง ในราคา 58,900 บาท

 

 เรื่องที่ 4.

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] เช้านี้ขอเริ่มต้นด้วยแนวคิดมือถือรุ่นใหม่ชื่อว่า Fuse โดยบริษัท Synaptics เป็นไอเดียที่รวมเทคโนโลยีของส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface) ไว้บนมือถือเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบหน้าจอสัมผัสแบบไอโฟน (capacitive sensing) การโต้ตอบการสัมผัส (haptic feedback) กราฟิกสามมิติ (3-D graphics) ตลอดจนเซ็นเซอร์ที่สามารถรับรู้การกดบีบจับ ซึ่งก็น่าจะตรงกับชื่อ Fuse ที่มีความหมายว่า "รวมเข้าด้วยกัน" นั่นเอง

"เทคโนโลยีของระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัว Fuse จะทำให้มันเป็นมือถือที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานด้วยมือเดียวได้อย่างเป็นธรรมชาติ" Gopal Garg ตัวแทนจาก Synaptics กล่าว "ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับการออกแรงบีบจากมือของผู้ใช้ ซึ่งมันจะอยู่ด้านข้างของมือถือ ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งควบคุมการเลื่อนหน้าจอขึ้นลง หรือซ้ายขวาได้ด้วยมือเดียว" Garg ยังอธิบายอีกด้วยว่า Fuse ยังจะมีการรวมเซ็นเซอร์ 2 มิติ (2D sensor) ไว้ทีด้านหลังของมือถืออีกด้วย "Fuse ได้รวมระบบเซ็นเซอร์ และเทคโนโลยีที่ตอบสนองการใช้งานต่างๆ ไว้มากมาย อย่างเช่น กราฟิก 3-D และเอฟเฟกต์จากระบบสัมผัสรุ่นใหม่" Garg กล่าวเพิ่มเติม

"คุณสมบัติการทำงานอย่าง CleaPad, NavPoint ละ TouchButton ของ Synaptics ที่อยู่ใน Fuse จะทำให้ผู้ใช้ได้พบกับความสามารถการทำงานที่ไม่เหมือนใคร อย่างเช่น การควบคุมการใช้งานด้วย 2 นิ้ว (2-finger inpu) ระบบตรวจจับสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ โดยไม่ต้องสัมผัส (proximity sensing) เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกด (grip sensor) ระบบป้อนข้อความ และการรับสัมผัสด้วยนิ้วที่ความไวสูง" Garg กล่าวทิ้งท้าย

Fuse ใช้เทคโนโลยีหน้าจอมัลติทัช แถบควบคุมการเลื่อนด้านข้างที่ใช้เซ็นเซอร์ capacitive ส่วนโพรเซสเซอร์ใช้ OMAP 3630 ของ Texas Instruments เซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่ง (accelerometer) เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกดด้านข้าง และหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 3.7 นิ้ว ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล จะเห็นได้ว่า Fuse เป็นคอนเซปต์มือถือที่ Synaptics ได้รับความร่วมมือจากบริษัทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Immersion, Texas Instruments, TheAlloy และ The Astonising Tribe ทาง Synaptics จะนำ Fuse ออกโชว์ในงาน CES 2010 ที่จะจัดให้มีชึ้นที่ลาสเวกัสในช่วงเดือนมกราคมนี้

ข่าวล่าสุด

posted on 16 Dec 2009 12:08 by unseenclub

'หุ่นยนต์ในญี่ปุ่น'

'หุ่นยนต์ในญี่ปุ่น' หุ่นยนต์ , ญี่ปุ่น , Robot , อุตสาหกรรม ,

ที่ ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของเมจิ ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศญี่ปุ่น นายจุนอิจิ ทาเคโนะ และเพื่อนนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำลังสร้างใบหน้าหุ่นให้แสดงความรู้สึกออกมา 6 อย่าง คือ โกรธ กลัว เศร้า สุข ตกใจและขยะแขยง

เมื่อหุ่นยนต์ถูกป้อนข้อมูลของกลุ่มคำ ก็จะแสดงสีหน้าถึงคำนั้นๆ เช่น คำว่า "สงคราม" หุ่นก็จะแสดงสีหน้า "ขยะแขยง" และ "กลัว" เมื่อพูดคำว่า "รัก" หุ่นยนต์ก็จะยิ้มบางๆ

นายทาเคโนะ กล่าวว่า เมื่อหุ่นยนต์ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ หุ่นยนต์ก็ต้องรู้จักการเข้าสังคม จึงจำเป็นต้องเข้าใจและรู้สึกถึงอารมณ์นั้น

แม้ว่าหุ่นยนต์จะยังไม่เข้าถึงอารมณ์ที่มีความซับซ้อน แต่ญี่ปุ่นก็เข้าไปใกล้สังคมแห่งอนาคตที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันกับหุ่นยนต์ เต็มที เช่น ญี่ปุ่นมีหุ่นยนต์ต้อนรับแขกที่มายังบริษัทต่างๆ มีหุ่นยนต์ทำซูชิ หุ่นยนต์ปลูกข้าว หุ่นยนต์ดูแลคนชราแล้ว

ในสังคมของชาวญี่ปุ่น การปฏิรูปหุ่นยนต์นับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมากกว่า 1 ใน 5 ของประชากรเป็นคนชราอายุมากกว่า 65 ปี ญี่ปุ่นจึงเร่งโครงการ "ฮิวแมนนอยด์โรบอต" หรือ "มนุษย์หุ่นยนต์" ออกมาหลายโครงการ การพัฒนาเทคโนโลยีของหุ่นยนต์ทำให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ โดยเมื่อพ.ศ. 2549 อุตสาหกรรมหุ่นยนต์มีมูลค่า 5,200 ล้านเหรียญ คาดว่าพ.ศ. 2553 จะเพิ่มเป็น 26,000 ล้านเหรียญ และพ.ศ. 2568 จะเป็น 70,000 ล้านเหรียญ

ที่ผ่านมา ชาวญี่ปุ่นจะมีแง่คิดที่ดีต่อหุ่นยนต์ โดยเห็นว่ามันเป็นเพื่อน มากกว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่มีความรุนแรง ออกมาทำลายล้างอย่างที่ชาวตะวันตกนำมาสร้างในหนังไซน์ฟิกชั่น

ด้านนายเดเมี่ยน ธง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี จากธนาคารแม็กไควรี กรุงโตเกียว กล่าวว่า "แม้ชาวญี่ปุ่นยังถามตัวเองว่า ต้องการให้หุ่นยนต์เข้ามาอยู่ร่วมบ้านไหม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีชักโครกไฟฟ้า ซึ่งต่อไปผมเห็นว่า จะต้องมีการปฏิรูปหุ่นยนต์เกิดขึ้นแน่นอน"

นอกจากนี้ โรดแม็ปเทคโนโลยีแห่งชาติของกระทรวงพาณิชย์ประจำปี 2550 ยังระบุว่า ภายในพ.ศ. 2568 จะต้องมีหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม 1 ล้านตัว โดยหุ่นยนต์ 1 ตัว สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ 10 คน หุ่นยนต์ 1 ล้านตัวคือคน 10 ล้านคน นับเป็นคนวัยทำงาน 15% ในปัจจุบัน

 กรอบรูปดิจิตอล อุปกรณ์นี้ผมเชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักกันดีแน่นอน ซึ่งมันเป็นอุปกรณ์ที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราหลายปีแล้วหละครับ ส่วนราคาตอนแรกๆยอมรับครับว่าแพงเกินไปหน่อย จนทำให้ผมไม่เคยเหลียวมองมันเลย หากจะบอกว่ามันแพงและไม่จำเป็นก็คงจะไม่ผิดนัก แต่พอมาช่วงหลังๆผมเห็นราคามันหล่นร่วงกันลงมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะตามงาน คอมพ์ ที่จัดกันบ่อยอย่างกับตลาดนัด แต่ผมเองก็ไม่เคยคิดจะซื้อมันเลย แต่ในที่สุดก็เสียท่ามันจนได้ ด้วยเหตุผลเรื่องเดียวคือ เห็นว่าราคามันไม่แพง พอดีไปเดินเจอในคาร์ฟู เห็นติดราคาไว้ที่ 1,290 บาทเอง ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าน่าลองทีเดียว ยิ่งใกล้ๆเทศกาลปีใหม่แล้วด้วย ก็นับว่าเป็นของขวัญที่เชื่อว่าน่าจะถูกใจผู้รับไม่น้อย

สำหรับเจ้ากรอบรูปนี้มันยี่ห้อ คาร์ฟู เข้าใจว่าทางคาร์ฟูคงจะจ้างผลิต แล้วตีตราของทางคาร์ฟูเอง วางขายก็ต้องที่คาร์ฟูอยู่แล้ว หากไปหาที่ บิ๊กซี หรือโลตัสคงไม่มีแน่ สำหรับกรอบรูปนี้เค้าไม่ได้มีให้ลองเล่นดูก่อน ผมเห็นมันวางกองในกระบะลดราคาเลยลองวัดดวงซื้อมาใช้ดู และเห็นว่ารับประกัน 1 ปีเต็มก็น่าจะพอผ่านมาตรฐานดีกว่าไปเดินซื้อตามร้านทั่วๆไป

สำหรับกรอบรูปดิจิตอลจริงๆในตอนนี้มีหลากหลายราคาครับ ขึ้นอยู่กับความละเอียดการแสดงภาพ หากหาตามในเน็ตก็มีราคาพันกว่าบาท และมีการแสดงความละเอียดที่ดีกว่าตัวที่ผมซื้อมาอีก แต่ก็เอาหน่า ซื้อความสะดวกครับ พวกกรอบรูปพวกนี้มันเป็นของตบแต่งอยู่แล้วคงไม่ได้ไปเพ่งอะไรมันมาก

สำหรับ Spec ของกรอบรุ่นนี้

- จอกว้าง 7 นิ้ว
- ความละเอียด 480x234 พิกเซล
- รองรับไฟล์ JPEG
- ช่องเสียบการ์ดแบบ SD /MMC/MS
- มีช่องเสียบ USB
- มีโหมดภาพนิ่งและภาพสไลด์ รวมทั้ง นาฬิกาและปฎิทิน




ถึงบ้านแล้วลองแกะกล่องดู มีแค่ตัวกรอบรูปและหม้อแปลง พร้อมคู่มือภาษาไทยที่อ่านเข้าใจง่ายมาก




มีอุปกรณ์แค่นี้หละครับ



ด้านหลังมีปุ่มเลื่อนการทำงานแบบสี่ทิศทาง และปุ่ม Enter และปุ่มเมนูหลัก โดยปุ่ม Enter กับปุ่มเปิดปิดจะเป็นปุ่มเดียวกัน



มีช่องเสียบ USB 2.0 สามารถนำ Flash Drive มาเสียบพร้อมดูภาพได้ทันที การประมวลผลก็ทำงานได้รวดเร็วดีครับ อ่านไฟล์เร็วมากไม่มีหน่วง



ใกล้กับช่อง USB จะเป็นช่องเสียบ Memory Card แบบ SD /MMC/MS



รูเสียบขาตั้งซึ่งขาตั้งสามารถถอดเก็บได้ กรณีจะใช้แขวนกับฝาผนังก็ได้เช่นกันครับ



เป็นขาเหล็กเสียบแบบนี้แหละ



เอาปลั๊กหม้อแปลงมาเสียบก็ใช้งานได้ทันทีเลย



มาแล้วครับภาพตัวอย่าง สำหรับคุณภาพของภาพนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค ผมไม่ได้บอกว่ามันชัดคมกริบนะครับเพราะความละเอียดของหน้าจอมันแค่ 480x234 พิกเซลเท่านั้นเอง หากเทียบความคมชัดเอาแบบพอเห็นภาพง่ายๆ ก็น่าจะพอๆกับการดูภาพจากเครื่อง PDA Phone แบบจอ QVGA ประมาณนั้นแหละครับ แต่สามารถปรับความสว่างทั้ง Brightness และ Contrast ภาพได้ ซึ่งความละเอียดในระดับนี้เมื่อเทียบกับราคา 1,290 บาท ก็ถือว่าคุ้มค่า หากจะเอาชัดกว่านี้ในราคาแบบนี้คงจะยาก



เมนูการใช้งานง่ายมากครับ สามารถเลือกภาพมาแสดงได้ทั้งแบบภาพนิ่งและภาพสไลด์ซึ่งจะมี Effect ให้เลือกถึง 8 แบบ ดูแล้วก็เพลินดี



เมนูไม่มีภาษาไทยแต่สามารถเข้าใจได้ง่าย ข้อเสียของปุ่มกดก็คือปุ่ม Enter กับปุ่มเปิดปิด เค้าใช้ปุ่มเดียวกัน หากกดพลาดจะกลายเป็นปิดเครื่องไปเลย ซึ่งไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก



คุณภาพของภาพถ่ายที่แสดงผมว่าโอเคนะ เพราะเราใช้มันเป็นกรอบรูปที่วางไว้บนโต๊ะในระยะห่างจากสายตาพอสมควร ไม่ได้ไปเพ่งมองตลอดเวลา





คู่มือที่แถมมาให้เป็นภาษาไทย





มีรับประกันสินค้าให้อีกด้วย เปลี่ยนได้ภายใน 7 วัน



สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญจับฉลากช่วงสิ้นปี หรือหาซื้อให้แก่กันผมว่ากรอบรูปดิจิตอลนี้ก็ไม่เลวนะครับ อ้อ หากใครเปิดร้านขายของ ผมว่าซื้อไปวางหน้าร้านแล้วทำภาพโปรโมชั่นสินค้า เปิดแบบสไลด์โชว์วิ่งสลับไปมา หรือแจ้งข้อควาฒโปรโมชั่นสินค้าให้ลุกค้าก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับราคา 1,290 บาทสำหรับผมเอง ผมว่าคุ้มค่านะ ส่วนสถานที่หาซื้อคงไม่ต้องบอกว่าหาซื้อได้ที่ไหนใช่ไหมครับ รู้ๆกันอยู่แล้วหละ

 

 

 
 
   

กล้องนี้มีชื่อว่า "Wonder Girls Edition Super Sampler Lomo Camera (วันเดอร์เกิร์ล อีดิทชั่น ซุปเปอร์ แซมเปล่อ โลโม่ คาเมร่า)" โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นวัยรุ่นตั้งแต่ 10-20 ปี ซึ่งจะวางจำหน่ายทั้งหมด 5 สี (เขียว ส้ม ชมพู ม่วง และ ฟ้า) ซึ่งแต่ละสีนั้นถือเป็นสีประจำตัวของสมาชิก Wonder Girls

ซีรียส์กล้องชุดนี้จะวางจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ชอปปิ้ง 10x10 (www.10x10.co.kr) ในราคา 69,000 วอน (ต่อ 1 ชิ้น - ประมาณ 2,200 บาท)โดยผู้ที่สั่งจองในวันนี้จะได้รับปฏิทิน Wonder Girls (Premium wall calendar) เป็นของสมนาคุณไปฟรีๆอีกด้วย

 

 

เฮ้อ ... เทคโนโลยีมันไปเร็วจริงๆ ไวจนตามแทบไม่ทันกันแระ (ไม่รู้จะบ่นทำไม) วันนี้เรามีโปรดักส์ไฮเทคใหม่ๆมานำเสนอให้ท่านได้อัพเดทเป็นอาหารสมองกัน เพราะคงไม่มีใคร "บ้า" ไปซื้อมาใช้จริงๆหรอก ... มั้ง??? นั่นก็คือ "เทเลกลาส ที 4 - เอ็น" (Teleglass T4-N) หรือภาษาบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ ว่า "แว่นตาทีวี"



Teleglass T4-N เป็นสินค้าที่เมืองนอกเค้าเรียกว่า Head-Mount-Display; HMD หรือจอมอนิเตอร์แบบสวมศีรษะ เป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของ บริษัท มัสซูนากะ (Masunaga) ผู้ผลิตแว่นตาของญี่ปุ่น และบริษัท สกาลา (Scalar) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน (ญี่ปุ่นนี่เก่าเนอะ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการดูทีวี คือดูได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ เดินไปดูไปก็ยังได้ ... หุหุ



ด้านในของแว่นตาจะติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาดจิ๋วเอาไว้ ซึ่งผู้สวมใส่จะได้รับชมภาพ เหมือนกำลังดูทีวี 45 นิ้วจากระยะ 2 เมตร น้ำหนักโดยรวมของแว่นคือ 50 กรัม สนนราคาค่าตัวไม่ใช่เล่น 128,000 เยน หรือประมาณ 38,000 บาท และเปิดให้สั่งจองกันแล้วด้วย ... แต่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นนะ ประเทศไทยไม่เกี่ยว

 

 

 

 

 

 

untitled

posted on 02 Dec 2009 14:24 by unseenclub

 

อาซิโม (อังกฤษ: ASIMO) (ญี่ปุ่น: アシモ ashimo ?) คือหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ของบริษัทฮอนด้า ประเทศญี่ปุ่น สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2543[1] โดยพัฒนาจากหุ่นยนต์ทดลองและหุ่นยนต์ต้นแบบจนทำให้มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา เทคโนโลยี i-WALK ช่วยให้อาซิโมสามารถเดินและวิ่งได้อย่างอิสระเสรี ขึ้นบันไดและเต้นรำได้ มีระบบบันทึกเสียงเพื่อตอบสนองคำสั่งของมนุษย์ สามารถจดจำใบหน้าคู่สนทนาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อให้อาซิโมมีขีดความสามารถรอบด้าน และรองรับความต้องการของมนุษย์ในอนาคต

บริษัทฮอนด้าได้ให้คำนิยามของชื่อ ASIMO ว่าย่อมาจาก Advanced Step in Innovative Mobility หมายถึง นวัตกรรมแห่งการเคลื่อนที่อันล้ำสมัย[2] ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับชื่อสกุลของไอแซค อสิมอฟ (アジモフ) นักวิทยาศาสตร์ด้านหุ่นยนต์ชื่อดังแต่อย่างใด แม้ว่าชื่อในภาษาญี่ปุ่นของอาซิโมและอสิมอฟจะสะกดใกล้เคียงกันมาก นอกจากนี้ยังไปพ้องเสียงกับคำว่า อะชิโมะ (ญี่ปุ่น: 脚も ashimo ?) ที่แปลว่า "มีขาด้วย"

อาซิโมได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะหรือการควบคุมระยะไกล ทีมวิศวกรเริ่มต้นคิดค้น พัฒนาศึกษาวิจัยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 โดยเริ่มจากการสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบ พีทู (P2) ในปี พ.ศ. 2539 และต่อด้วยหุ่นยนต์ต้นแบบ พีทรี (P3) ในปี พ.ศ. 2540 จนกระทั่งมาถึงหุ่นยนต์อาซิโมในปี พ.ศ. 2543 ปัจจุบันฮอนด้าได้เปิดโอกาสให้เช่าอาซิโมเพื่อใช้งานในประเทศญี่ปุ่น

ข่าวล่าสุดกว่า

posted on 02 Dec 2009 13:54 by unseenclub

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วครับสำหรับ HTC HD2 ที่หลายๆคนกำลังให้ความสนใจ เพราะถือว่าเครื่องรุ่นนี้เป็นเครื่องที่พลิกรูปแบบเครื่องของ HTCจากเดิมในหลายๆส่วน โดยเฉพาะเรื่องหลักๆอย่าง CPU ที่ขยับไป 1 GHz และ หน้าจอแบบ Capacitive เครื่องแรกของทาง HTC ที่เป็น Windows Mobile และตามมาด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 4.3 นิ้ว พร้อมระบบปฎิบัติการ Windows Mobile 6.5 ล่าสุด



แต่สิ่งใดก็ไม่สำคัญไปกว่า เรื่องของราคาที่หลายๆคนคงอยากทราบว่าเครื่องรุ่นนี้เค้าเปิดราคากันมาที่เท่าไร หากดูจาก HTC Touch HD ตัวแรก เปิดตัวมาสามหมื่นกว่าๆ ทำเอาหลายๆคนหายใจไม่ทั่วท้องไปตามๆกัน แต่สำหรับเครื่องรุ่นนี้ราคาที่เปิดตัวในไต้หวันคือ 28500 บาท และจากข้อมูลเก่าๆที่ลองเทียบๆดูจะพบว่าเครื่องรุ่นเดียวกันหากจำหน่ายในเมืองไทย จะแพงกว่ากันประมาณ 500-1000 บาท ซึ่งก็พอจะเดได้ว่า ราคาเครื่อง HTC Touch HD2 ตัวใหม่นี้ น่าจะมีราคาขายอยู่ในเมืองไทยประมาณ 29,000 + นิดหน่อย แต่สิ่งที่จะได้ก็คงเป็นเรื่อง support และโปรแกรมการทำงานต่างๆ รวมทั้งโปรแกรมแผนที่อย่าง TomTom ซึ่งในตอนนี้ ยังไม่สามารถใช้งานกับ Windows Mobile 6.5 ได้ หากเครื่อง HD2 เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยตามที่คาดไว้ประมาณเดือน พย ปลายเดือน หรือไม่ก็ต้น ธันวาคม  เรื่องของแผนที่ TomTom จะเสีจทันหรือไม่นั้นคงต้องอติดตามกันดูครับ

Peter Chou.Chief Executive  กล่าวเปิดตัวและแนะนำเครื่องรุ่นใหม่ Microsoft CEO Steve Ballmer

มาร่วมแจมHD2 ถือว่าเป็นเครื่องรุ่นแรกของ HTC ที่ใช้จอขนาด 4.3 นิ้วแบบ Capacitive และรองรรับการทำงานของ Multi Touch แบบ iPhone ซึ่งจะใช้ได้ในบางโปรแกรมเท่านั้น เช่นภาพถ่าย และ Web page ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ OS ในอนาคตด้วยว่าจะมีการพัฒนาให้รองรับได้มากน้อยแค่ไหน



แผ่นหลังเรียบง่ายครับ ผมเคยลองจับเครื่องจริงมาแล้วพบว่า มันโค้งรับกับอุ้งมือเราดีมาก เครื่องบางมากไม่รู้สึกเกะกะ



เครื่องรุ่นนี้บางแค่ 11 mm เท่านั้น


ด้านขวาไร้ปุ่มใดๆ

ด้านล่างตัดปุ่มเหลืออยู่แค่เนี๊ยะ


ตามสไตล์เครื่องปี 2009 ต้องมีรูหูฟัง 3.5 mm ให้มาด้วย



Dual Flash ไฟแฟลชสองดวงเพิ่มความสว่าง สิ่งที่หลายคนบ่นว่าทำไม HTC ไม่ทำเครื่องมี Flash สักที คราวนี้เลยประชดให้มาสองดวงเลย



512 MB of ROM and 448 MB RAM

สำหรับการทำงานนั้นจะหน่วงหรือไม่ไปชม VDO กันเลยดีกว่าครับ










 

edit @ 2 Dec 2009 14:03:49 by brownie

ข่าวเทคโนโลยีมาใหม่

posted on 24 Nov 2009 20:52 by unseenclub

 เรื่องที่ 1

Beamer ซองใส่ไอโฟนที่ไม่เพียงแต่ปกป้องสมาร์ทโฟนสุดเลิฟของคุณเท่านัั้น แต่มันยังมาพร้อมกับฟังก์ชันที่ขาดหายไปของไอโฟนด้วย นั่นก็คือ แฟลชที่ช่วยให้แสงสว่างเวลาที่ถ่ายภาพที่ค่อนข้างมีแสงน้อย โดยปุ่มกดให้แฟลชทำงานจะหุ้มด้วยซิลิโคนทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่า มันจะถูกกดได้โดยง่าย ส่วนตัวซองจะเป็นพลาสติกที่มีความทนทาน

Beamer จะใช้งานง่ายมาก เพียงกดปุ่มแค่ครั้งเดียว แฟลชจะสว่างประมาณ 10 วินาที แต่หากกดติดต่อกันสองครั้งแฟลชจะสว่างค้าง และจะปิดเมื่อกดปุ่มอีกทีหนึ่ง หรือจนกว่าแบตเตอรี่ของมันจะหมด ใช่แล้วครับ Beamer จะมีแบตเตอรี่ของมันเองด้วย โดยเป็นชนิดลิเธียมกลมแบนเหมือนเหรียญเงิน ซึ่งสามารถให้แสงสว่างได้นานประมาณ 10 ชั่วโมง (ใช้ถ่ายได้ประมาณ 3,600 ชอตก่อนที่แบตฯจะหมด)

คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถสั่งซื้อ Beamer ผ่านทางหน้าร้านออนไลน์ ในราคา 38 เหรียญฯ หรือประมาณ 1,270 บาท โดยมีสีสันให้เลือกมากมาย

 

 

เรื่องที่ 2 

เทคโนโลยี Swype เป็นผลงานจากการร่วมพัฒนาโดย Randy Marsden นักพัฒนาคีย์บอร์ดบนหน้าจอ Windows Mobile และ Cliff Kushler ผู้ร่วมคิดค้น T9 เทคโนโลยีทีช่วยให้การอินพุทข้อความบนโมบายเร็วขึ้นด้วยวิธีเดาคำที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งในต้นเดือนหน้า Swype จะไม่ได้เป็นแค่การสาธิตบนเวทีอีกต่อไป แต่จะอยู่ในสมาร์ทโฟน Sqamsung Omnia II จาก Verizon

ความลับของการพิมพ์ข้อความด้วยเทคนิคของ Swype ผู้ใช้จะต้องเริ่มต้นพิมพ์แต่ละคำด้วยการใช้นิ้ว (หรือ Stylus) จิ้มตัวอักษรตัวแรกแล้วลากไปยังตัวอักษรถัดไปตามลำดับจนครบคำที่ต้องการ แล้วยกนิ้วขึ้น ซึ่งมันจะเร็วกว่าการใช้นิ้วยกจิ้มทีละตัวอักษรสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ค่อยถนัด โดยในการสาธิตผู้ใช้สามารถ swype (sweep + type) ได้ที่ความเร็ว 50 คำต่อนาที แม้ Swype จะพัฒนาบนแพลตฟอร์มของ Windows Mobile 6.5 แต่สำหรับผู้ใช้ iPhone ทีสนใจสามารถดาวน์โหลดแอพฯที่มีรูปแบบการทำงานคล้ายๆ กันได้ชื่อว่า ShapeWriter คลิปข้างล่างเป็นการสาธิตการใช้งาน Swype เทียบกับการพิมพ์ปกติบนหน้าจอสัมผัส iPhone

 

 

เรื่องที่ 3 

สำหรับช่องโหว่ที่พบล่าสุดจะเปิดโอกาสให้แฮคเกอร์เข้าควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ เพียงผู้ใช้เข้าไปยังเว็บไซต์ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่พบในบราวเซอร์ IE เวอร์ชัน 6 หรือ 7 (ผู้ใช้ IE 8 ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้) โดยโค้ดโปรแกรมที่ใช้พิสูจน์ทราบการทำงาน (proof of concept) ของช่องโหว่ที่ว่านี้ได้มีการเผยแพร่บนเว็บแล้ว นั่นหมายความว่า โค้ดดังกล่าวน่าจะถูกนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

Symantec บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยแนะนำผู้ใช้บราวเซอร์ IE 6 หรือ 7 ให้ยกเลิก (disable) การทำงานของ JavaScript ใน IE เป็นการด่วน และควรแน่ใจด้วยว่า ได้อัพเดตแอนตี้ไวรัสเรียบร้อยแล้ว "การใช้ช่องโหว่ในขณะนี้แมัจะยังทำได้ไม่เต็มร้อย แต่คาดว่า การใช้ช่องโหว่ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผู้บุกรุกจะสามารถแทรกตัวเข้าไปในเว็บไซต์ เพื่อผ่านเข้าไปในระบบของเหยื่อผ่านทางช่องโหว่ดังกล่าวได้"

คุณผู้อ่านที่ใช้ IE7 สามารถยกเลิกการทำงานของ JavaScript ได้โดยคลิกเมนู Tools เลือกคำสั่ง Internet Options คลิกแท็บ Security แล้วคลิกปุ่ม Custom Level เลื่อนลงมาจนพบรายการ "Scripting" คลิก Disable สำหรับผู้ใช้ IE6 ก็จะมีขั้นตอนในลักษณะเดียวกัน หลังจากยกเลิกจาวาสคริปท์แล้ว ผู้ใช้จะต้องรีสตาร์ทบราวเซอร์ใหม่ด้วย 

 

 

เรื่องที่ 4

ในส่วนของสเป็ก Asus Eee PC 1201n นั้นจะประกอบด้วยโพรเซสเซอร์ Intel Atom 330 dual-core ที่มาพร้อมกับชิปเซต NVIDIA Ion และหน่วยความจำ DDR2 โดยตัวเครื่องจะได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์ ArcSoft TotalMedia Theater เพื่อตอบสนองความบันเทิงระดับไฮเดฟฯ ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ใช้เน็ตบุ๊กรุ่นนี้

สำหรับหน้าจอจะมีขนาดอยู่ที่ 12.1 นิ้ว สามารถแสดงผลที่ความละเอียดสูงสุด 1366 x 768 พร้อมพอร์ต HDMI ที่สนับสนุนความละเอียดในการเล่นไฟล์ภาพยนต์ระดับไฮเดฟฯที่  1080p ขนาดของหน่วยความจำที่ระบบรองรับได้สูงสุด 3GB และฮาร์ดดิสก์ 320GB เชื่อมต่อไร้สาย WiFi 802.11b/g/n แบตเตอรี่ 6 เซลทำให้สามารถใช้เน็ตบุ๊กได้นาน 5 ชั่วโมง (ดูหนังได้ประมาณ 2 เรื่อง) น้ำหนักของตัวเครื่องแค่ 3.22 ปอนด์ (ประมาณ 1.46 กิโลกรัม) เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องของราคาของเน็ตบุ๊กรุ่นนี้

 

 

"กูเกิ้ลเผยโฉมใหม่ "

หลังจากเป็นข่าวลือมานานหลายปีในทีสุดมันก็ได้กลายเป็นจริงสักที กูเกิ้ลจะเปิดตัวระบบปฏิบัติการบนพีซีของตนที่มีชื่อว่า Chrome OS โดยคาดว่ามันจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดโอเอสจากไมโครซอฟท์ได้ สำหรับโอเอสแจกฟรีตัวนี้จะมาพร้อมกับแอพพลิเคชันส่วนใหญ่ที่ทำงานผ่านเว็บด้วยเทคโนโลยี "Cloud" โดยการประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลจะอยู่ภายนอกคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้ใช้พีซีที่ประสิทธิภาพการทำงานไม่สูงมากนักได้รับประสบการณ์ในการใช้ระบบปฎิบัติการที่ดีกว่า

กูเกิ้ลกล่าวว่า เน็ตบุ๊ก (netbook) ทีทำงานด้วย Google Chrome OS จะใช้เวลาบู๊ตแค่ 7 วินาทีเท่านั้น เนื่องจากการทำงานส่วนใหญ่ของเน็ตบุ๊กจะถูกใช้ไปกับการออนไลน์ เพื่อสั่งรันแอพพลิเคชันต่างๆ จากภายนอก(อินเทอร์เน็ต)ที่น่าจะเป็นคำตอบของการใช้งานที่ถูกต้องมากกว่า ทางกูเกิ้ลยังประกาศอีกด้วยว่า Google Chrome OS จะทำงานบนหน่วยบันทึกข้อมูลที่เป็น SSD (Solid State Storage) ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ ในกรณีที่ขาดการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต หรือสัญญาณล่ม ผู้ใช้จะยังคงเรียกใช้แอพพลิเคชัน และข้อมูลที่ถูกอัพโหลดไว้ใน cloud เมื่อสามารถกลับมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อีกครั้ง

Google Chrome OS จะพุ่งเป้าไปที่ตลาดผู้ใช้เน็ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพในการทำงานไม่สูงมากนัก แต่มีอัตราการเติบโตของตลาดเร็วมาก โดยล่าสุดมันอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 4 ของการซื้อคอมพิวเตอร์ทั้งตลาด ซึ่งทางกูเกิ้ลได้เซ็นสัญญากับบริษัทผู้ผลิตเน็ตบุ๊กบางรายแล้ว อย่างเช่น Dell, Toshiba และ Sony ในการวางตลาดเน็ตบุ๊กที่ไปพร้อมกับ Chrome OS ส่วนผู้ผลิตรายอื่นๆ น่าจะมีการเซ็นต์สัญญาตามมาในระยะเวลาอันใกล้นี้ 

อย่างไรก็ตาม แม้เน็ตบุ๊กจากผู้ผลิตบางรายจะมาพร้อมกับโอเอสฟรีอย่าง Linux ซึ่ง Google Chrome OS ก็พัฒนาจากโอเอสตัวนี้เช่นเดียวกัน แต่เน็ตบุ๊กส่วนใหญ่จะไปพร้อมกับ Microsoft Windows XP ที่ไม่พรี ต้นทุนของผู้ผลิตจึงตกเป็นภาระของผู้บริโภคไปโดยปริยาย ดังนั้นการเปิดตัว Chrome OS คงจะทำให้ไมโครซอฟท์ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ในขณะที่กำไรของไมโครซอฟท์ลดลงถึง 18% ทางด้านกูเกิ้ลกลับแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 27% ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

edit @ 24 Nov 2009 21:25:20 by brownie

นาฬิกา MP3 ระบบ สัมผัส

posted on 17 Nov 2009 12:28 by unseenclub

"watch phone" คำนี้คงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนที่ติดตามข่าวสารเทคโนโลยีอยู่เป็นประจำ วันนี้ผมก็มีอีกหนึ่งชิ้นที่อยากจะนำมาให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ชมกันซึ่งเป็นผลงานจาก Hyundai ซึ่งมาในชื่อรุ่นว่า W-100 

W-100 มาพร้อมกับ กล้องดิจิตอล 1.3ล้านพิกเซล จอภาพเป็นแบบ touch screen รองรับ bluetooth และยังสามารถเล่น mp3 นอกจากนั้นแล้วเจ้า W-100 ยังรองรับรับหน่วยความจำภายนอก อย่าง MicroSD card อีกด้วย ในส่วนของราคานั้นทาง Hyundai ยังไม่เปิดเผยออกมาหากมีความคืบหน้าอย่างไร จะรีบนำมาให้เพื่อนได้ทราบกันครับ

AIR CARD 3G

posted on 15 Nov 2009 20:27 by unseenclub

AirCard คืออะไร ความเร็ว เท่าไร / ระบบ EDGE คืออะไร GPRS หมายถึง อะไร

AirCard คือ อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับ notebook หรือ PC ตั้งโต๊ะ เพื่อเล่น internet แบบไร้สาย ผ่านผู้ให้บริการมือถือเช่น AIS หรือ DTAC โดย AirCard จะมีทั้งแบบที่เป็น PCMCIA หรือ ExpressCard ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับ notebook หรือ AirCard แบบ USB ที่ใช้กับ computer ได้ทุกเครื่องที่มี USB port

ในปัจจุบันนี้เมืองไทยยังมีแค่ EDGE โดยผู้ให้บริการ AIS และ DTAC ให้บริการเชื่อมต่อ EDGE ที่ความเร็วสูงสุด 220Kbps แต่การใช้งานจริงจะอยู่ระหว่าง 100-200Kbps

โดยความเร็วขนาดนี้สามารถใช้ เข้าweb ฟังเพลง เล่นเกมส์ chatพร้อมดูwebcam ได้สบาย แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า EDGE นั้นไม่ต่างจากคลื่นมือถือตรงที่ว่าในบางช่วงเวลาสัญญาณจะอ่อนหรือหายไป ซึ่งจะทำให้ net เดินสะดุด ดังนั้นหากนำไปใช้เล่นเกมส์จำพวกที่ว่าห้ามเน็ตเดินสะดุดเลยสักช่วงวินาทีเดียว ทางเราขอแนะนำให้ใช้การเชื่อมต่อแบบสาย Hi-Speed จะทำให้เล่นเกมส์ได้ stable กว่า

ความเร็วของ EDGE นั้นยังไม่สามารถใช้ดู TV หรือ Youtube ได้แบบต่อเนื่อง โดยภาพที่ได้จะสะดุดเป็นช่วงๆ จำเป็นต้องให้download เสร็จก่อนค่อยดูทีเดียว ดังนั้นหากต้องการดู TV ด้วย AirCard จำเป็นต้องรอระบบ 3G เท่านั้น ซึ่ง3Gจะวิ่งที่ความเร็ว 3.6-7.2Mbps สามารถใช้ดู TV ได้ 3-5 ช่องพร้อมกันแบบสบายๆ ไม่มีติดขัด



ข้อแตกต่างของการใช้มือถือ กับ AIRCARD ต่อ internet ผ่าน notebook

โทรศัพท์มือถือโดยทั่วไปที่สามารถเชื่อมต่อ internet ได้จะมีที้งแบบที่รองรับเฉพาะ GPRS หรือรองรับทั้ง GPRS / EDGE (รุ่นใหม่ๆบางรุ่นจะ support 3G ด้วย)

ถ้ามือถือรอบรับ EDGE และต่อกับ notebook ผ่านสาย data link จะได้ความเร็ว EDGE ไม่ต่างกับเชื่อมต่อ internet ผ่าน AIRCARD แต่ถ้ามือถือต่อกับ notebook ผ่าน bluetooth บางครั้งข้อมูลอาจเดินสะดุดและช้าบ้าง

AirCard ถ้าเปรียบเทียบกับมือถือที่รองรับ EDGE จะได้เปรียบในเรื่อง

1. ความเสถียรของสัญญาณ เนื่องจาก AirCard มีเสารับสัญญาณที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เล่น internet โดยเฉพาะ

2. ใช้พลังงานจาก battery จาก notebook น้อยกว่าทำให้เล่นนอกสถานที่ได้นานและต่อเนื่องกว่าการต่อผ่านมือถือ



ใช้ Sim Card เพื่อต่อ internet ของ AIS หรือ DTAC แนะนำของบริษัทไหนดี

จัดเป็นคำถามที่ตอบค่อนข้างลำบาก ก่อนอื่นต้องขออธิบายว่า ความเร็วในการเชื่อมต่อ internet นั้นจะขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยตัวอย่างเช่น

1. ระยะห่างระหว่างตัว card กับเสาส่งสัญญาณ

2. ช่วงเวลาในการเล่น internet ( ยิ่งคนใช้มาก internet จะช้าเพราะมีการ share ความเร็วกัน ) โดยเฉพาะช่วงเวลา 20.00-22.00 เพราะมีการ share ช่องสัญญาณกันมาก

ดังนั้นถ้าจะให้แนะนำว่าค่ายไหนดี ขอแนะนำว่าทดลองทั้ง 2 ค่ายไปก็ไม่น่าจะเสียหาย คือให้ลองซื้อ package internet สัก 5-10 ชั่วโมง ของ AIS หรือ DTAC มาทดลองใช้ก่อน เพราะแต่ละพื้นที่ความเร็ว internet ของแต่ละค่ายจะไม่เท่ากัน

AIS โทรไปเปิด Package EDGE กับ Call center ได้ที่ 1175 

DTAC โทรไประบบตอบรับที่ *1004

(ถ้าเป็นระบบเติมเงิน ต้องเติมเงิน ตามpackageที่เราต้องการ+VAT7% ก่อนโทรเปิดขอใช้บริการ)

ทิ้งท้ายว่า จะมีหลายๆ website มากที่นำความเร็วการเชื่อมต่อของ AIS และ DTAC มาเปรียบเทียบกัน และจะมีข้อสรุปที่ต่างๆกันไป ขอแนะนำว่าอย่าไปยึดถือกับข้อมูลที่ได้มามากเกินไป เพราะตามที่บอกไปข้างต้นว่าความเร็วที่ได้รับขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยมาก ให้เราลองทั้ง 2 ค่ายชอบของใครก็ใช้ไปจะดีกว่า และสามารถเข้ามา test speed ความเร็วในการเชื่อมต่อได้ที่ website นี้ 
Speed Test


ระบบ GPRS คืออะไร / เทคโนโลยี GPRS หมายถึง / ความเร็ว GPRS

เทคโนโลยี GPRS พัฒนามาจากอะไร ระบบ GPRS คืออะไร และมี ความเร็ว เท่าไร

ในช่วงเริ่มต้นของระบบ GSM ( อาจเรียกว่าช่วง 1G ) โทรศัพท์มือถือที่ใช้จะเป็นระบบ Analog ซึ่งไม่สามารถใช้รับส่ง Data อะไรได้เลย สามารถใช้โทรศัพท์พูดคุย ( Voice ) ได้อย่างเดียว ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นระบบ 2G

ระบบ 2G จะใช้การรับส่งข้อมูลเป็นแบบ Digital ซึ่งทำให้สามารถรับส่งข้อความ SMS จากเครื่องมือถือได้ เรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นของการใช้โทรศัพท์มือถือ ในการรับส่ง Data สำหรับท่านที่อยู่ในช่วงนี้น่าจะจำกันได้ว่าโทรศัพท์มือถือ จะมีราคาถูกลงมาก จากเครื่องละเป็นแสน เหลือแค่ 2-30,000 บาท

ต่อมา เนื่องจากมีการใช้โทรศัพท์มือถือ รับส่ง Data มากขึ้น เช่นการ download ringtone รูปภาพ ทำให้มีการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับการรับส่ง package ข้อมูลจำนวนมากขึ้น ระบบ 2.5Gจึงได้ถูกพัฒนาขึ้น เป็นต้นกำเนิดของระบบ GPRS โดย GPRS นี้จะสามารถเชื่อต่อกับ Operator เพื่อรับส่ง ข้อมูล Date ได้ที่ประมาณ 50Kbps ถ้ายังจำกันได้ ช่วงนี้การรับส่ง MMS จะเริ่มเป็นที่นิยม เพราะระบบ GPRS สามารถรองรับการรับส่ง Data จำนวนมากขึ้นได้



ระบบ EDGE คืออะไร / เทคโนโลยี EDGE หมายถึง / ความเร็ว EDGE

เทคโนโลยี EDGE พัฒนามาจากอะไร ระบบ EDGE คืออะไร และมี ความเร็ว เท่าไร

ระบบ EDGE หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า 2.75G ซึ่งเป็นระบบที่ออกมาขั้นกลางระหว่างระบบ 2G กับ 3G ซึ่งเป็นระบบที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

โดย ระบบ EDGE นั้นจะพัฒนาจาก ระบบ GPRS ให้ความสามารถรับส่งข้อมูลต่อ slot สูงขึ้น โดยถ้าพัฒนากันจริงๆ สามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 473.6Kbps แต่สำหรับเมืองไทยนั้น ความเร็วสูงสุดของ EDGE ที่ Operator ปล่อยออกมานั้นจะอยู่ที่ 220 - 236.8Kbps เท่านั้น ( ต่อให้โทรศัพท์มือถือ หรือ AirCard เครื่องไหนที่สามารถรับสัญญาณ EDGE ได้ 473.6 แต่ connect จริงก็จะไม่เกิน 220Kbps เท่าที่ Operator ปล่อยออกมา )



ระบบ 3G คืออะไร / เทคโนโลยี 3G หมายถึง / ความเร็ว 3G

เทคโนโลยี 3G พัฒนามาจากอะไร ระบบ 3G คืออะไร และมี ความเร็ว เท่าไร

ระบบ 3G ( UMTS ) นั้นคือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่น

สำหรับเมืองไทยนั้น ระบบ 3G จะเป็น เทคโนโลยีแบบ HSPA ซึ่งแยกย่อยได้เป็น HSDPA , HSUPA และ HSPA+

HSDPAนั้นจะสามารถ รับส่งข้อมูลได้สูงสุดที่ Download 14.4 Mbps / Upload 384 Kbps. ( ปัจจุบันผู้ให้บริการทั่วโลกยังให้บริการอยู่ที่ Download 7.2Mbps เท่านั้น )
HSUPAจะเหมือนกับ HSDPA ทุกอย่างแต่การ Upload ข้อมูลจะวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 5.76 Mbps 
HSPA+ เป็นระบบในอนาคต การ Download ข้อมูลจะอยู่ที่ 42 Mbps / Upload 22 Mbps

สำหรับในเมืองไทยนั้น ระบบ 3G ( HSPA ) ที่ Operator AIS หรือ DTAC นำมาใช้จะเป็น HSDPA โดยการ Download จะอยู่ที่ 7.2Mbps ซึ่งน่าจะได้ใช้กันในไม่ช้า

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อ AirCard แบบที่รองรับ 3G คลื่นความถี่ 3G ที่ใช้กันทั่วโลก จะใช้อยู่ 3 ความถี่ที่เป็นมาตราฐานคือ 850 , 1900 และ 2100 ซึ่งเมืองไทยจะแบ่งเป็นดังนี้ 

คลื่นความถี่ ( band ) 850 จะถูกพัฒนาโดย Dtac และ True
คลื่นความถี่ ( band ) 900 จะถูกพัฒนาโดย AIS (ใช้ชั่วคราวที่เชียงใหม่ และ Central World)
คลื่นความถี่ ( band ) 2100 กำลังรอ กทช. ทำการประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ ( band ) 1900 จะถูกพัฒนาโดย TOT

ดังนั้นการเลือกซื้อ AirCard , Router หรือ โทรศัพท์มือถือ และต้องการให้รอบรับ 3G ควร check ให้ดีก่อนว่าสามารถรองรับได้ทั้ง 3 คลื่นหรือเพียงบางคลื่นเท่านั้น



การตั้งค่า EDGE วิธีตั้งค่า GPRS ของ AIS , DTAC และ True

การตั้งค่า EDGE วิธีตั้งค่า GPRS ของ AIS , DTAC และ True

โดยปกติแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงค่า setup ใดๆที่อยู่ในตัว AirCard เพราะข้อมูลที่ถูก setup มาจะถูกต้องอยู่แล้ว แต่สามารถ recheck ค่าที่อยู่ในตัว AirCard ได้ตามข้อมูลด้านล่างนี้

      AIS
  •   User Name : เว้นว่าง
  •   Password : เว้นว่าง
  •   APN : internet

      DTAC
  •   User Name : เว้นว่าง
  •   Password : เว้นว่าง
  •   APN : www.dtac.co.th

      TRUE
  •   User Name : true
  •   Password : true
  •   APN : internet



DTAC aircard ค่าบริการ package EDGE / GPRS ของ DTAC ( ดีแทค ) วิธีสมัคร

DTAC Aircardค่าบริการ EDGE / GPRS ของ ดีแทค , Package EDGE / GPRS DTAC และวิธีการสมัครใช้บริการ EDGE / GPRS ของ DTAC ( ดีแทค )


    Package แบบรายเดือน สำหรับ Sim DTAC แบบเติมเงินและรายเดือน
  • Package EDGE/GPRS 3 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 30 บาท
  • Package EDGE/GPRS 6 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 50 บาท
  • Package EDGE/GPRS 20 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 99 บาท
  • Package EDGE/GPRS 50 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 199 บาท
  • Package EDGE/GPRS 140 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 399 บาท
  • Package EDGE/GPRS ใช้ได้ไม่จำกัด ค่าบริการเดือนละ 999 บาท
    - ส่วนเกินจากแพ็คเกจ คิดค่าบริการนาทีละ 50 สตางค์
    - จำนวนชั่วโมงไม่มีการสะสม เดือนไหนใช้ไม่หมดจะถูกตัดทิ้ง


    Package แบบรายวัน สำหรับ Sim DTAC แบบเติมเงินและรายเดือน
  • Package EDGE/GPRS 1 วัน ค่าบริการครั้งละ 39 บาท
  • Package EDGE/GPRS 7 วัน ค่าบริการครั้งละ 249 บาท


    Package แบบรายครั้ง สำหรับ Sim DTAC แบบเติมเงินและรายเดือน
  • Package EDGE/GPRS 5 ชั่วโมง ค่าบริการครั้งละ 50 บาท
  • Package EDGE/GPRS 15 ชั่วโมง ค่าบริการครั้งละ 100 บาท
    - จำนวนชั่วโมงจะอยู่จนกว่าเราจะเล่นหมด ไม่จำกัดระยะเวลา


    วิธี ขั้นตอนการสมัคร เปิดใช้บริการ Packge EDGE / GPRS ของ DTAC
  • บริการโทรศัพท์อัตโนมัติ *1004 (ไม่คิดค่าบริการ)
  • ฝ่ายดูแลลูกค้าโทร 1678 (ไม่คิดค่าบริการ)

ข้อมูลด้านบนอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาโทรสอบถามผู้ให้บริการ EDGE / GPRS อีกครั้ง



ค่าบริการ package EDGE / GPRS ของ AIS ( เอไอเอส ) วิธีสมัคร

ค่าบริการ EDGE / GPRS ของ เอไอเอส , Package EDGE / GPRS AIS และวิธีการสมัครใช้บริการ EDGE / GPRS ของ AIS ( เอไอเอส )


    Package แบบรายเดือน สำหรับ Sim AIS ( เอไอเอส ) แบบเติมเงินและรายเดือน
  • Package EDGE/GPRS 3 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 30 บาท
  • Package EDGE/GPRS 6 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 50 บาท
  • Package EDGE/GPRS 20 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 99 บาท
  • Package EDGE/GPRS 100 ชั่วโมงต่อเดือน ค่าบริการเดือนละ 350 บาท
  • Package EDGE/GPRS ใช้ได้ไม่จำกัด ค่าบริการเดือนละ 999 บาท


    Package แบบรายครั้ง สำหรับ Sim AIS ( เอไอเอส ) แบบเติมเงินและรายเดือน
  • Package EDGE/GPRS 1 ชั่วโมง ค่าบริการครั้งละ 20 บาท
  • Package EDGE/GPRS 2 ชั่วโมง ค่าบริการครั้งละ 30 บาท
  • Package EDGE/GPRS 5 ชั่วโมง ค่าบริการครั้งละ 50 บาท
    - จำนวนชั่วโมงจะอยู่จนกว่าเราจะเล่นหมด ในระยะเวลา 30 วัน


    วิธี ขึ้นตอนการสมัคร เปิดใช้บริการ Packge EDGE / GPRS ของ AIS ( เอไอเอส )
  • กด *138 (ไม่เสียค่าบริการ)
  • AIS CALL CENTER 1175

ข้อมูลด้านบนอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาโทรสอบถามผู้ให้บริการ EDGE / GPRS อีกครั้ง



ค่าบริการ package EDGE / GPRS ของ True ( ทรู ) วิธีสมัคร

ค่าบริการ EDGE / GPRS ของ ทรู , Package EDGE / GPRS True และวิธีการสมัครใช้บริการ EDGE / GPRS ของ True ( ทรู )


    Package แบบรายเดือน สำหรับ Sim True ( ทรู ) แบบเติมเงินและรายเดือน
  • Package EDGE/GPRS ใช้ได้ไม่จำกัด ค่าบริการเดือนละ 250 บาท
  • Package EDGE/GPRS + Wi-Fi ใช้ได้ไม่จำกัด ค่าบริการเดือนละ 450 บาท



    Package แบบรายวัน สำหรับ Sim True ( ทรู ) แบบเติมเงินและรายเดือน
  • Package EDGE/GPRS 1 วัน ใช้ได้ไม่จำกัด ค่าบริการวันละ 10 บาท
  • Package EDGE/GPRS + Wi-Fi 1 วัน ใช้ได้ไม่จำกัด ค่าบริการวันละ 20 บาท



    วิธี ขึ้นตอนการสมัคร เปิดใช้บริการ Packge EDGE / GPRS ของ True ( ทรู )
  • บริการโทรศัพท์อัตโนมัติ *9000
  • ฝ่ายดูแลลูกค้าโทร 1331

ข้อมูลด้านบนอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาโทรสอบถามผู้ให้บริการ EDGE / GPRS อีกครั้ง



วิธีติดตั้ง Driver และใช้งาน AirCard Sierra Wireless ทุกรุ่น

วิธีติดตั้ง Driver AirCard และใช้งาน AirCard ของ Sierra Wireless ทุกรุ่น

Sierra AirCard รุ่น Sierra 775 AirCard , Sierra 860 AirCard , Sierra 875 AirCard , Sierra 880/881 AirCard , Sierra 880E AirCard , Sierra 880U/881U AirCard

1. ให้ทำการลง Driver ที่ชื่อว่า 3G Watcher จากแผ่น Driver ที่ให้ไป

ใส่ Simcard ใน AirCard Sierra 775, Sierra 860  ใส่ Simcard ใน AirCard Sierra 775, Sierra 880, Sierra 881  ใส่ Simcard ใน AirCard Sierra 875U, Sierra 880U, Sierra 881U
2. ใส่ Simcard ที่เปิดบริการ EDGE/GPRS แล้วเข้าไปใน AirCard ตามรูปตัวอย่าง

ใส่ AirCard เข้าไปใน Slot PCMCIA หรือ ExpressCard slot  ใส่ AirCard เข้าไปใน Slot USB
3. ใส่ AirCard เข้าไปใน Slot PCMCIA , Express หรือ USB ตามชนิดของ AirCard ที่มี

ใส่ AirCard เข้าไปใน Slot PCMCIA หรือ ExpressCard slot
4. Windows จะทำการ detected AirCard ครั้งแรกที่ได้ใส่ AirCard ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที หลังจากWindowsขึ้นคำว่า "Ready to use" ตรงหัวมุมด้านขวา นั่นคือ Windows รู้จัก AirCard ตัวนี้แล้ว สามารถเรียก Program "3G Watcher" ที่เป็น icon บนหน้าจอและกดปุ่น connect เพื่อทำการเชื่อมต่อ EDGE 

5. เปิด Brower เล่น internet แบบไร้สายได้ทุกที่ที่มีสัญญาณมือถือ



วิธีติดตั้ง Driver และใช้งาน AirCard Option GT Max ทุกรุ่น

วิธีติดตั้ง Driver AirCard และใช้งาน AirCard ของ Option GT Max ทุกรุ่น

Option AirCard รุ่น Option GT Max 3.7, Option GT Max 7.2, Option GT Max Express (ExpressCard Slot), Option iCON 7.2

1. ให้ทำการลง Driver ที่ชื่อว่า GlobeTrotter จากแผ่น Driver ที่ให้ไป

ใส่ Simcard ใน AirCard Option GT Max
2. ใส่ Simcard ที่เปิดบริการ EDGE/GPRS แล้วเข้าไปใน AirCard ตามรูปตัวอย่าง AirCard Option ทุกรุ่นให้ใส่ Simcard โดยให้คว่ำด้านที่เป็น chipset ลงและนำด้านที่เป็นรอยตัดใส่เข้าไปในช่องตามรูป

ใส่ AirCard เข้าไปใน Slot PCMCIA  ใส่ AirCard เข้าไปใน ExpressCard Slot
3. ใส่ AirCard เข้าไปใน Slot PCMCIA , Express หรือ USB ตามชนิดของ AirCard ที่มี

ใส่ AirCard เข้าไปใน Slot PCMCIA หรือ ExpressCard slot
4. Windows จะทำการ detected AirCard ครั้งแรกที่ได้ใส่ AirCard ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที หลังจากWindowsขึ้นคำว่า "Ready to use" ตรงหัวมุมด้านขวา นั่นคือ Windows รู้จัก AirCard ตัวนี้แล้ว สามารถเรียก Program "Globetrotter Connect." ที่เป็น icon บนหน้าจอและกดปุ่น connect เพื่อทำการเชื่อมต่อ EDGE 

5. เปิด Brower เล่น internet แบบไร้สายได้ทุกที่ที่มีสัญญาณมือถือ



การนำ AirCard ไปใช้ในต่างประเทศ / ค่าบริการ Roaming GPRS / EDGE เมื่อนำ AirCard ไปใช้ในต่างประเทศ

มีหลายๆท่านที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ และมีความจำเป็นต้องใช้ internet เวลาเดินทางไปประเทศต่างๆ AirCard จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ที่จะทำให้ท่านสามารถใช้ Internet ในต่างประเทศได้โดยมีทางเลือกดังนี้

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่า AirCard ทุกรุ่นที่ขายบน Web AirCardShop.com ของเรานี้สามารถนำไปใช้ได้ทุกประเทศที่มีระบบมือถือ GSM ไม่มีการ lock ค่ายแต่อย่างใด

1. วิธีแรกคือให้เราซื้อ SimCard ระบบ GSM ที่มีบริการ EDGE หรือ 3G ในประเทศที่เราเดินทางไป หลังจากนั้นก็นำมาใส่ใน AirCard ก็จะสามารถเล่น internet ได้เหมือนกับอยู่ในประเทศไทย โดยค่าบริการจะขึ้นอยู่กับอัตราที่ทางผู้ให้บริการประเทศนั้นๆกำหนดไว้ วิธีนี้มีข้อดีคือ ค่าบริการinternetจะถูกมาก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อเป็นเวลานาน แต่ข้อเสียคือความยุ่งยากในการขอใช้บริการ เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนมากจะต้องมีการลงทะเบียน SimCard ทุกเบอร์ที่เปิดใช้งาน ไม่เหมือนในประเทศไทยที่ซื้อ SimCard มาแล้วนำมาใช้ได้เลย

2. ทางเลือกที่ 2 คือนำ SimCard ที่ใช้อยู่ในประเทศไทย ระบบ AIS หรือ DTAC ที่มีให้บริการ Roaming นำไปใช้เชื่อมต่อ internet โดยตรง วิธีนี้จะค่อนข้างสะดวกสบาย เพราะเป็นการนำ SimCard ที่ใช้งานอยู่แล้วนำไปใช้งานในต่างประเทศ แต่จะมีข้อเสียตรงที่ อัตราค่าบริการจะแพงมาก เนื่องจากจะคิด Rate เหมือนกับการโทรมือถือจากต่างประเทศกลับเมืองไทย วิธีนี้จึงไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ หากไม่จำเป็นจริงๆ

3. ทางเลือกสุดท้าย เป็นบริการของ DTAC ที่เปิดขึ้นมาใหม่ สำหรับท่านที่ต้องการใช้งาน internet ในต่างประเทศโดยเฉพาะ โดยสามารถใช้ SimCard DTAC ที่ใช้งานอยู่แล้ว นำไปใช้งานในประเทศที่กำหนดได้ โดยจะเสียอัตราเชื่อมต่อ internet ที่ค่อนข้างถูกมาก แต่จะมีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ จะมีให้บริการในบางประเทศเท่านั้น ไม่ครอบคลุมทุกประเทศ โดยสามารถ check ได้จากตารางอัตราค่าบริการด่านล่างนี้ 

    บริการ GPRS / EDGE สำหรับนำไปใช้ในต่างประเทศจาก DTAC ราคาพิเศษ
  • ประเทศ : Australia / เครือข่าย : Telstra / ราคา 0.90บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.17บาท/KB
  • ประเทศ : Australia / เครือข่าย : Vodafone / ราคา 0.60บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.10บาท/KB
  • ประเทศ : Denmark / เครือข่าย : Sonofon / ราคา 0.48บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.16บาท/KB
  • ประเทศ : Germany / เครือข่าย : Vodafone / ราคา 0.47บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.15บาท/KB
  • ประเทศ : HongKong / เครือข่าย : CSL / ราคา 0.57บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.31บาท/KB
  • ประเทศ : HongKong / เครือข่าย : SmarTone / ราคา 0.53บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.10บาท/KB
  • ประเทศ : India / เครือข่าย : IDEA Cellular / ราคา 0.51บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.10บาท/KB
  • ประเทศ : Indonesia / เครือข่าย : Excelcom / ราคา 0.23บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.10บาท/KB
  • ประเทศ : Japan / เครือข่าย : NTT DoCoMo / ราคา 0.58บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.15บาท/KB
  • ประเทศ : Japan / เครือข่าย : Softbank / ราคา 0.58บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.15บาท/KB
  • ประเทศ : Malaysia / เครือข่าย : Celcom / ราคา 0.46บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.10บาท/KB
  • ประเทศ : Malaysia / เครือข่าย : Digi / ราคา 0.46บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.13บาท/KB
  • ประเทศ : Norway / เครือข่าย : Telenor / ราคา 0.33บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.19บาท/KB
  • ประเทศ : Singapore / เครือข่าย : M1 / ราคา 0.30บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.10บาท/KB
  • ประเทศ : Switzerland / เครือข่าย : Swisscom / ราคา 0.56บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.14บาท/KB
  • ประเทศ : Taiwan / เครือข่าย : Taiwan Mobile / ราคา 0.41บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.17บาท/KB
  • ประเทศ : UK / เครือข่าย : Vodafone / ราคา 0.51บาท/KB / ราคาพิเศษ 0.12บาท/KB

** อัตรานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง หากประเทศที่ท่านต้องการใช้ไม่อยู่ใน listหรือต้องการสอบถามข้อมูลก่อนการเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่ Call Center ของ DTAC โทร 1678

บทความโดย AirCardShop.com 06 พฤศจิกายน 2551 03:56 |ข้อมูล AirCard




วิธี setup AirCard 881 และ AirCard 881U Sierra ให้เป็น USB GPS receiver ให้ใช้กับ แผนที่ Garmin Mobile PC, Google Map และแผนที่นำทางของเจ้าอื่นๆ

AirCard 881 และ AirCard 881U ของ Sierra Wireless ได้ใส่ลูกเล่นพิเศษเข้ามาในรุ่นนี้ด้วยคือจะมี GPS chipset ในตัว ทำให้สามารถนำ AirCard รุ่นนี้ไปใช้แทน USB GPS Receiver ที่มีอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด

ท่านที่มี AirCard 881 และ AirCard 881U Sierra อยู่และต้องการนำมาใช้งานเป็น GPS receiver สามารถทำตามขั้นตอนที่อยู่ด้านล่างนี้ได้

***คำเตือน***
1. Sierra 881 และ Sierra 881U AirCard จาก AirCardShop ทุกตัวที่ซื้อ ณ ปัจจุบันนี้สามารถใช้ GPS ได้ทันทีเพราะเป็น Firmware ตัวใหม่จากผู้ผลิต ท่านใดที่ซื้อกับทาง AirCardShop ไปก่อนหน้านี้สามารถสอบถามวิธี Upgrade Firware กับทางเราได้สำหรับลูกค้าที่ซื้อ AirCard กับที่อื่น ทางเราไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นหาก AirCard มีปัญหาจากการ Upgrade Firmware

2. การ update firmware มีความเสี่ยง หากเกิดการผิดพลาดเช่นไฟดับหรือเครื่องเกิดค้างขณะ update firmware AirCard ของท่านจะเสียโดยที่ไม่สามารถซ่อมได้ กรุณาปิด Program อื่นๆทุกตัวขณะทำการ Upgrade และทำด้วยความระวัง

3. Harddisk notebook ทุกตัวจะถูกออกแบบมาให้สามารถรับแรงสะเทือนได้ขณะปิดเครื่อง แต่ถ้านำ notebook ไปใช้ในที่มีการสะเทือน เช่นขณะขับรถเป็นเวลานาน ติดต่อกัน มีความเป็นไปได้สูงที่ Harddisk ของท่านจะเสียหรือเกิด bad sector เร็วกว่าปกติ

ถ้าจะให้แนะนำสำหรับท่านที่ต้องการใช้ระบบนำทางจริงๆควรไปใช้เป็นอุปกรณ์ที่มีแผนที่นำทางในตัวที่มีขายทั่วไปเลยจะดีกว่า แต่สำหรับท่านที่ต้องการใช้แบบเป็นครั้งคราว ตัว AirCard 881 หรือ AirCard 881U Sierra ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่ง

ขั้นตอนการ Setup AirCard 881 และ AirCard 881U Sierra ให้เป็น USB GPS Receiver

1. ถอด simcard ออกจากเครื่อง และเสียบ AirCard เข้าไปที่ตัว notebook (ถ้า program 3G Watcher popup ขึ้นมาก็ให้ปิดทิ้ง)

2. คลิกที่ file GPS firmware -> AC881.exe หรือ AC881U.exe เพื่อทำการ Upgrade Firware ( ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปสำหรับท่านที่ซื้อ AirCard ใหม่กับทางเรา )

3. หลังจาก update firmware เสร็จให้ถอด AirCard ออกและทำการ uninstall 3G Watcher ตัวที่มีอยู่ปัจจุบัน และลง 3G Watcher ตัวใหม่ที่อยู่ในแผ่น CD GPS firmware -> 3G_Watcher_MP.msi

4. เสียบ AirCard ให้ detected driver ตามปกติ เสร็จแล้วให้ไปที่ program 3G Watcher ที่ได้ลงไปใหม่ ไปเลือกที่ Tools-> Display GPS ตามรูปด้านล่างAirCard 881U Sierra GPS setup วิธีใช้งาน GPS
จะมีหน้าต่าง GPS Monitor ขึ้นมาAirCard 881U Sierra GPS setup วิธีใช้งาน GPS
ให้กดปุ่ม Play เพื่อทำการค้นหาตำแหน่งดาวเทียมที่อยู่บริเวณนั้น ( ต้องอยู่ในที่โล่งเท่านั้น )AirCard 881U Sierra GPS setup วิธีใช้งาน GPSและหลังจากนั้นไม่นานตัว program GPS monitor จะขึ้นพิกัดปัจจุบันของเราขึ้นมา จากรูปด้านบนเป็นการแจ้งพิกัดจากที่อยู่ใน RCA พระราม9

5. เปิด program แผนที่เช่น Garmin Mobile PC หรือ Google Map ขึ้นมา ตัว program จะทำการเชื่อมต่อกับ GPS Monitor ของ 3G Watcher โดยอัตโนมัติเพื่อบอกตำแหน่งของเราบนแผนที่ จากรูปด้านล่าง GoogleMap แจ้งตำแหน่งของเราบนตัวแผนที่เป็นตัวแดงพิกัด GPS ที่ได้จาก AirCard 881U Sierra บน GoogleMap

Let Enjoy



คำชี้แจงเกี่ยวกับ Chipset GPS บน Sierra Compass 885 AirCard

ต้องขอชี้แจงให้ทราบก่อนว่า GPS ของ AirCard Compass 885 นั้น จับสัญญาณจากดาวเทียมสู้AirCard Sierra 881U ไม่ได้ โดยปกติ GPS Receiver ทั่วไป รวมทั้ง Sierra 881U นั้นจะใช้เวลาจับสัญญาณประมาณ 1-2 นาที แต่ Compass885 นั้นใช้เวลามากกว่า 5-10 นาที ซึ่งท่านใดต้องการให้เปิด GPS ขอให้ทราบตรงจุดนี้ก่อน

ภาพด้านล่างนี้เป็นการทดสอบ GPS ของ Compass 885 AirCard ซึ่งเราใช้ทดสอบในที่โล่ง อากาศดีแต่ตัว Card ใช้เวลากว่า 10 นาที ก็ยังไม่สามารถ จับสัญญาณดาวเทียมได้ (ดูจากวงกลมสีแดง) ดังนั้นทาง AirCardShop.com จึงไม่ได้ทำการ Unlocked ความสามารถนี้ให้กับผู้ซื้อก่อนหน้านี้ 

ดังนั้นทาง AirCardShop.com จึงขอแจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่า หากท่านใดต้องการใช้ความสามารถ GPS บน Compass 885 สามารถแจ้งความต้องการมาได้ AirCardShop จะทำการ Unlocked ให้ ฟรี โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ

หมายเหตุ : 
1. มีรายงานจาก website เมืองนอกหลายแห่งว่า หลังจาก Unlocked GPS ของ Compass 885 แล้วความเสถียรในการรับสัญญาณ 3G ลดลง (ผู้ซื้อ AirCard กับทาง AirCardShop จะได้ Card ที่ยังไม่ได้ทำการ Unlocked, ถ้าต้องการให้ Unlocked สามารถแจ้งได้ ค่าบริการฟรี )

2. หลังจากทำการ Unlocked GPS ของ Compass 885 แล้ว จะไม่สามารถย้อนกลับไปปิด (Locked) ความสามารถนี้ได้อีกในภายหลัง

3. ทาง AirCardShop รับ Unlocked GPS ของ Compass 885 ให้กับเฉพาะท่านที่ซื้อ AirCard กับทางเราเท่านั้น


GPS_enable_compass_885_USB_Modem_aircard

Windows 7:

Windows 7 ได้รับการออกแบบและปรับปรุงจากคำติชมของผู้ใช้เป็นสำคัญ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows ต่างมองว่าจุดเด่นของระบบปฏิบัติการที่ดีนั้นคือ การมีพีซีที่ใช้ง่าย ทำงานเร็ว และคิดแทนผู้ใช้ได้อย่างชาญฉลาด ดังนั้น ใน Windows 7 นี้เราจึงได้ปรับแต่งกลไกและฟีเจอร์ต่างๆ หลายร้อยจุดจนต้องบอกว่ามีหลายฟีเจอร์ที่คุณอาจคาดไม่ถึงว่า Windows 7 จะทำได้หากคุณได้ต้องการ

 

มีอะไรใหม่ใน Windows 7: รวดเร็วและใช้ง่าย 

Windows 7 ได้รับการออกแบบและปรับปรุงจากคำติชมของผู้ใช้เป็นสำคัญดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่คุณพบนั้นจะเป็นสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการทำให้คุณในฐานะผู้ใช้จัดการงานประจำวันได้รวดเร็วและง่ายขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งออกแบบให้พีซีของคุณทำงานโดนใจอย่างที่คุณต้องการตลอดจนทำให้พีซีของคุณทำในสิ่งใหม่ที่คุณต้องทึ่งและประทับใจทั้งหมดเกิดจากเสียงของผู้ใช้อย่างคุณที่ต้องการใช้งานพีซีพร้อมระบบปฏิบัติการชั้นยอด

ตอบสนองฉับไวและรวดเร็ว

ผู้ใช้ทุกคนต่างชื่นชอบในการทำงานที่รวดเร็ว เราจึงค้นหาวิธีการต่างๆ เพื่อปรับปรุงให้ Windows 7 ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้อย่างตรงจุด

เพื่อเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน Windows 7 จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อให้พีซีสามารถเริ่มต้นการทำงาน ปิดเครื่อง ดำเนินการต่อหลังจากโหมดสแตนด์บาย และตอบสนองได้เร็วขึ้น และเพื่อช่วยให้คุณทำงานแต่ละวันได้อย่างรวดเร็ว เราจึงได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ลดความยุ่งยากของขั้นตอนต่างๆ ในการทำงานโดยทั่วไป บางฟีเจอร์ที่จะช่วยคุณประหยัดเวลาได้แก่:

  • Windows Taskbar ทำให้การจัดการกับแอพพลิเคชันและไฟล์ต่างๆ ง่ายดายขึ้น

  • รายการทางลัด จัดเตรียมเอกสารต่างๆ ที่คุณต้องการให้เรียกใช้งานได้สะดวก รวมทั้งเอกสารที่คุณเพิ่งใช้งานเมื่อเร็วนี้ๆ คุณสามารถเรียกใช้ได้โดยการคลิกสองสามครั้ง

และนอกจากนี้ เรายังมุ่งเน้นให้พีซีสามารถทำงานกับระบบปฏิบัติการได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น (Action Center) จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมวิธีการแจ้งเตือน (Notification) จากระบบปฏิบัติการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในระบบได้ดียิ่งขึ้น ปัญหาจะลุล่วงไปได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากเมื่อคุณพร้อมแก้ไขปัญหา Windows 7 จะเป็นผู้ช่วยจัดการปัญหาเหล่านั้น

 

 

แถบงานที่ได้รับการปรับปรุงและการแสดงตัวอย่างแบบเต็มหน้าจอ

แถบงานที่ด้านล่างของหน้าจอของคุณมีไว้สำหรับให้คุณได้เปิดใช้งานโปรแกรมและสลับไปยังหน้าโปรแกรมต่างๆ ในขณะที่เปิดใช้งานโปรแกรมเหล่านั้น ใน Windows 7 คุณสามารถตรึงโปรแกรมใดก็ตามไว้กับแถบงานเพื่อให้สามารถเปิดใช้ได้ในคลิกเดียวอยู่เสมอ และคุณสามารถจัดเรียงไอคอนต่างๆ บนแถบงานได้โดยเพียงแค่คลิกและลาก เราได้ทำให้ไอคอนเหล่านี้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อเลื่อนเมาส์ผ่านไอคอน คุณจะเห็นรูปขนาดย่อของแฟ้มทุกแฟ้มหรือหน้าต่างที่เปิดในโปรแกรมนั้น และหากคุณเลื่อนเมาส์ผ่านรูปขนาดย่อ คุณจะเห็นการแสดงตัวอย่างของหน้าต่างนั้นแบบเต็มหน้าจอ เมื่อเลื่อนเคอร์เซอร์ออกจากรูปขนาดย่อ การแสดงตัวอย่างแบบเต็มหน้าจอก็จะหายไป

แถบงาน Windows 7 ใหม่

ดูภาพ: ดูว่าโปรแกรมใดแสดงตัวอย่างได้และควบคุมการใช้งาน Windows ของคุณ

 

การปรับปรุงสำหรับการทำงานบนเดสก์ท็อป

Windows 7 ทำให้คุณสามารถทำงานกับหน้าต่างต่างๆ บนเดสก์ท็อปของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น คุณจะมีวิธีการที่ง่ายยิ่งขึ้นในการเปิด ปิด ปรับขนาด และจัดเรียงหน้าต่างเหล่านั้น

ด้วย Windows 7 คุณสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้นในทุกเวลา ยกตัวอย่างเช่น ในตอนนี้ การเทียบสองหน้าต่างที่เปิดอยู่โดยใช้สแนปก็ทำได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมา คุณไม่จำเป็นต้องปรับขนาดหน้าต่างบานต่างๆ ที่เปิดอยู่ด้วยตัวเองเพื่อนำมาเทียบกัน เพียงแต่จับหน้าต่างและดึงไปทางขอบด้านข้างของหน้าจอด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อให้กินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของหน้าจอ จัดชิดหน้าต่างทั้งสองข้าง เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถเทียบหน้าต่างเหล่านั้นได้ง่ายกว่าที่เคยทำมา

หากต้องการดูโปรแกรมเบ็ดเตล็ดบนเดสก์ท็อปทั้งหมด ก็เพียงแต่เลื่อนเมาส์ไปยังมุมขวาล่างของเดสก์ท็อป ซึ่งจะทำให้หน้าต่างที่เปิดอยู่ทั้งหมดมีลักษณะโปร่งใส ทำให้คุณมองเห็นเดสก์ท็อปและโปรแกรมเบ็ดเตล็ดที่อยู่บนนั้นได้ทันที ต้องการซ่อนหน้าต่างทุกบานยกเว้นบานเดียว ได้หรือไม่ ให้จับด้านบนของหน้าต่างนั้น และเขย่าหน้าต่างนั้น จากนั้นหน้าต่างอื่นที่เปิดอยู่ทั้งหมดจะถูกย่อมาเก็บไว้ที่แอพพลิเคชันTaskbar เขย่าหน้าต่างนั้นอีกครั้ง แล้วหน้าต่างที่ถูกเก็บไว้ก็จะกลับคืนมา

ตอนนี้คุณมองเห็น

ตอนนี้คุณมองเห็น

ตอนนี้คุณมองไม่เห็น: มองเห็นเดสก์ท็อปผ่านหน้าต่างที่มองไม่เห็น

Windows Search

ค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลขนาดมหาศาลที่เก็บไว้ในพีซีได้อย่างง่ายดายหากคุณถนัดการค้นหาข้อมูลบนเว็บ คุณอาจเริ่มต้นโดยไปที่กล่องค้นหา (Search Box) ตอนนี้ คุณจะค้นพบสิ่งต่างๆ บนคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยวิธีการเดียวกัน Windows Search ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ Windows Vista สามารถช่วยคุณค้นหาสิ่งต่างๆ บนพีซีของคุณได้อย่างรวดเร็วรวมทั้งยังง่ายดาย Windows 7 ยังทำให้ผลการค้นหาต่างๆ เกี่ยวข้องกันกับคำค้นมากขึ้น และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

กำลังค้นหาไฟล์ อีเมล หรือแอพพลิเคชันใช่หรือไม่ ในขณะที่คุณสะดวกค้นหาในโฟลเดอร์และเมนูต่างๆ แต่ยังมีวิธีการค้นหาที่รวดเร็วกว่านั้น เพียงแค่คลิกที่ปุ่มเริ่ม (Start) แล้วคุณจะเห็นกล่องค้นหาที่ด้านล่างของเมนูเริ่ม เพียงแค่ป้อนคำหรือตัวหนังสือไม่กี่ตัวของชื่อหรือไฟล์ที่คุณต้องการ คุณก็จะได้รับรายการผลการค้นหาที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ

Windows 7 ใช้ไลบรารี (Library) เพื่อแสดงเนื้อหาทั้งหมดของข้อมูลแต่ละประเภทไว้รวมกันในจุดเดียว อย่างเช่น คุณมีรูปถ่ายอยู่ในหลายตำแหน่งในพีซีของคุณ และมีรูปจำนวนมากอยู่ในโฟลเดอร์รูปถ่ายของคุณ แต่คุณอาจเก็บบางรูปไว้ในโฟลเดอร์เอกสารด้วย ไลบรารีรูปภาพ (Picture Library) จะช่วยให้คุณเรียกดูและใช้งานรูปภาพหรือถ่ายของคุณได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่ารูปภาพหรือถ่ายเหล่านั้นจะอยู่ที่ใดในพีซีของคุณ

ไลบรารีช่วยให้การค้นหาสิ่งที่คุณต้องการทำได้ง่ายขึ้นด้วยการรวบรวมสิ่งต่างๆ ไว้ในมุมมองเดียว และจะยิ่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับ Windows Search คุณสามารถค้นหาไลบรารีต่างๆ ของคุณโดยใช้ตัวกรองในการกำหนดการค้นหาของคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณค้นหาเพลง คุณสามารถค้นหาได้จากอัลบั้ม หรือค้นหารูปถ่ายจากวันที่ที่ถ่าย คุณสามารถไปที่ไลบรารีเอกสาร คลิกที่ผู้สร้าง (Author) และดูเอกสารทั้งหมดบนคอมพิวเตอร์ของคุณที่เรียงลำดับตามชื่อผู้สร้าง

Windows Search

Windows Search

 ใน Windows 7 คุณจะได้เห็นหลายๆ สิ่งที่คุณเฝ้ารอและคาดหวังมาโดยตลอดสำหรับ Windows นั่นคือการทำให้ชีวิตประจำวันของคุณง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น และที่สำคัญต้องทำงานได้ในลักษณะที่คุณต้องการ และยังต้องการให้พีซีของคุณทำสิ่งใหม่ๆ ได้ และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังดำเนินการ ดูว่าคำร้องขอของคุณกลายเป็นจริงได้อย่างไร

Jokê|2—|2àcë

posted on 10 Nov 2009 20:28 by unseenclub

พักข่าวหนักๆ มาอ่านข่าวเบาๆ กันบ้างดีกว่า สำหรับรายงานข่าวชิ้นนี้เป็นเรื่องของแก็ดเจ็ต (Gadget) เอาใจคุณผู้อ่านที่ชื่นชอบการเล่นรถวิทยุบังคับ โดยเป็นชุดอุปกรณ์เสริมที่เมื่อติดตั้งเข้าไปแล้วจะทำให้คุณสามารถสั่งการรถบังคับของคุณให้ซิ่งไปในทิศทางต่างๆ ได้ตามที่ต้องการผ่านทางคอมพิวเตอร์ไร้สาย (Wi-Fi) ได้

Joker-Racer อุปกรณ์เสริมการทำงานที่ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมรถวิทยุบังคับผ่านคอมพิวเตอร์ในระบบไร้สาย (Wi-Fi) ได้ โดยข้อมูลที่ส่งจากคอมพิวเตอร์ไปยังอุปกรณ์เสริมบนรถวิทยุบังคับจะถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณควบคุมการทำงานของเซอร์โวในตัวรถอีกทีหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้เล่นสามารถควบคุมรถวิทยุบังคับจากที่ใดในโลกผ่านบราวเซอร์ได้ นอกจากนี้ชุดอุปกรณ์เสริมยังมาพร้อมกับพอร์ท USB ที่สามารถเชื่อมต่อกับเว็บแคม เพื่อถ่ายทอดภาพวิดีโอที่มองเห็นภาพกล้องไปยังคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ทำให้ผู้เล่นรู้สึกราวกับว่า กำลังเข้าไปนั่งขับอยู่ในรถวิทยุบังคับกันเลยทีเดียว

สำหรับเวอร์ชันที่ใช้เล่นบน iPhone จะออกในปี 2010 โดยผู้เล่นจะสามารถควบคุมรถวิทยุบังคับผ่านทางแอพพลิเคชันบนไอโฟน ซึ่งทำงานร่วมกับระบบตรวจจับความเร่ง(accelerometer) ทำให้ผู้ใช้สามารถจับไอโฟนเอียงหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา เพื่อควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของรถได้ และหากติดเว็บแคมเข้าไปด้วย ผู้เล่นก็จะสามารถเห็นภาพที่ถ่ายทอดจากเว็บแคมบนไอโฟนได้เช่นเดียวกัน เว็บไซต์ Joker Racer ยังคงอยู่ในช่วงของการเผยแพร่เวอร์ชันทดลอง และเตรียมวางตลาดภายในต้นเดือนนี้

Moz!lla 5 ขวบแว้วว!!

posted on 10 Nov 2009 20:27 by unseenclub

รายงานข่าวแจ้งว่า บราวเซอร์ไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) จากโมซิลล่า (Mozilla) มีอายุครบ 5 ปีแล้ววันนี้ โดยเมื่อห้าปีที่แล้ว โมซิลล่าได้เปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกดาวน์โหลด Firefox 1.0 เป็นครั้งแรกในวันที่ 9 กรกฎาคม 2004 หลังจากนั้นเพียงแค่ 4 วันยอดดาวน์โหลดของบราวเซอร์โอเพ่นซอร์สตัวนี้ก็ทะลุ 1 ล้านครั้งไปแล้ว

"และในวันที่ไฟร์ฟอกซ์มีอายุครบ 5 ปี ยอดดาวน์โหลดของมันผ่าน 330 ล้านรายไปเรียบร้อยแล้ว หรือคิดเป็นหนึ่งในสี่ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก วันนี้ไฟร์ฟอกซ์มีให้ผู้ใช้เลือกดาวน์โหลดได้มากกว่า 70 ภาษา และ add-ons ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ในการท่องเว็บที่ยอดเยี่ยมมากถึง 7,000 ตัว" บางส่วนของข้อความที่โพสต์ในบล็อกของโมซิลล่า

เมื่อวันที่ไฟร์ฟอกซ์เปิดตัว IE ของไมโครซอฟท์มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 99% เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แค่ 5 ปีไฟร์ฟอกซ์ก็สามารถมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นถึง 23% แม้สภาพแวดล้อมการแข่งขันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจากบริษัทอย่าง Opera, Apple และ Google โมซิลล่ามีแผนจะออก Firefox 3.6 ก่อนสิ้นปีนี้ และ Firefox 4 ที่มีการเปลี่ยนอินเตอร์เฟซใหม่ พร้อมสนับสนุนการควบคุมด้วย gesture control ในวาระที่มีอายุครบ 5 ปี ทางโมซิลล่าได้ทำคลิปวิดีโอน่ารักๆ แต่แฝงด้วยเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจออกมาด้วย